บล็อกท่องเที่ยว โดย Jetradar Thailand

จัดการเงินไปเที่ยว ง่ายๆ ด้วย Excel

travel_calc

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่ง ที่กำลังนั่งนับเงินในกระปุกหมู หรือดูบัญชีออมทรัพย์ในธนาคาร ที่พยายามแบ่งเก็บทุกเดือนทั้งปี และกำลังชั่งใจว่าจะถอนออกมาเท่าไรดี ให้พอสำหรับทริปต่อไป ลองอ่านบทความนี้ให้จบ บางทีคุณอาจจะเปลี่ยนวิธีการวางแผนเที่ยวครั้งต่อไปภายใน 5 นาที พร้อมวิธีดีๆ ที่จะช่วยให้คุณไม่ต้องมานั่งกังวลอีกต่อไป ว่าจะเหลือเงินพอซื้อของฝากที่ทำงาน หรือเหลือสำหรับหิ้วพรีออเดอร์บนเฟซอีกเท่าไร… คราวนี้จะช็อป ชิม เที่ยวเล่นที่ไหน ก็ไปได้ตามสบาย เพราะคุณจะรู้ว่า ทุกอย่าง ถูกคำนวณเตรียมไว้หมดแล้ว 🙂

สวัสดีครับ ผมชื่อ “ก่อ” นะ ผมทำงานมาร์เก็ตติ้งในบริษัทแห่งหนึ่ง ผมอยู่กรุงเทพฯ ผมชอบเดินห้าง ชอบช็อป ชอบกิน ผมชอบใช้เงินมากกว่าเก็บ แหงหล่ะ ไม่แปลก ผมมีภรรยาที่ไม่ได้ทำงานและลูกอีก 1 คนที่กำลังจะเข้าอนุบาล ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ต้องทำงานหนัก และคอยเก็บเงิน เพื่อหาโอกาสจะได้พาครอบครัวไปเที่ยวบ้าง พวกเราชอบเดินทาง อาจไม่บ่อยมาก แต่ก็โชคดีกว่าอีกหลายคนที่ได้เที่ยวแค่ปีใหม่หรือสงกรานต์เท่านั้น เวลาไปเที่ยว ก็รู้ๆกันอยู่ ถ้าไปกับเด็กเล็กล่ะก็ ไม่ใช่เรื่องง่าย จะให้นั่ง บขส. หรือรถตู้ 7-8 ชม. น่ะเหรอ? อึดอัดน่าดู พวกเราเลยชอบนั่งเครื่องบินมากกว่า เร็วกว่า ไม่อึดอัดนัก ปลอดภัย และที่สำคัญ มันไม่แพงเหมือนแต่ก่อนแล้ว บางไฟลท์บางช่วงตั๋วก็ถูกกว่าเจ๊เกียวอีก ผมเองไม่เคยห่วงเรื่องค่าตั๋ว เพราะเดี๋ยวนี้ ตั๋วถูกๆในเน็ตหาง่าย คลิ๊กเดียวก็เจอแล้ว เอาเป็นว่า ชอบเว็บไหน ก็ไปเว็บนั้น ตั๋วถูกมีทุกที่ แต่วันนี้ผมอยากแชร์ให้คุณฟังอีกเรื่อง คือเรื่องที่ว่า ทำยังไง คุณถึงจะวางแผนเที่ยวได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องคอยพะวงว่า คุณจะจ่ายเกินงบที่มี เวลาคุณไปเที่ยว หรือไม่

แต่ก่อนผมก็ใช้จ่ายไปเรื่อยนะ เวลาไปเที่ยว ไม่เคยดูหรอกงบ ไม่เคยจด จนกระทั่งกลับมา พร้อมสลิปบัตรรอให้ผมจ่าย มายก้อด… ทำไมเรามือไวอย่างนี้… ขนาดไปแค่สิงคโปร์ ผมจ่ายเกินเป้าไปเป็นแสน มานั่งนึก นี่ถ้าพาลูกเมียไปอิตาลี เที่ยวต่อที่สเปน แล้วข้ามไปโปรตุเกส เอาแค่สามประเทศนี้ ไม่ต้องขายบ้านเที่ยวเหรอเนี่ย?…

แผนเที่ยวน่ะเยอะ แต่เงินเคยเหลือที่ไหนล่ะ?…

… แล้วก็นึกขึ้นได้ ขณะนั่งทำงาน
เอ… เราเองก็ต้องทำงบประมาณของฝ่ายการตลาด ตั้งโปรเจ็กต์ เขียนแผนงาน ของบประมาณจากบริษัทแม่ที่ต่างประเทศ แล้วทำไมไม่เอามาใช้กับเรื่องส่วนตัวบ้างล่ะ?

ปิ๊งปุ๊บ เลยลองจัดไฟล์ excel ง่ายๆ ที่ใช้อยู่ ใส่สูตรนิดนึง… เฮ้ยยย!!! เวิร์คจริง!!!

คือ จริงๆ ต้องปรบมือให้คนคิด excel นะ โคตรเก่งที่ทำโปรแกรมออกมา universal ครอบจักรวาล star war มาก คือ มันก็เป็นตารางธรรมดาๆแหล่ะ ไม่ได้แปลกอะไร แต่พอคุณลองใส่ตัวเลขตามสูตรเข้าไป มันคำนวณออกมาให้ แล้วคุณจะเห็นทันทีเลยว่า ที่ผ่านมา คุณทำผิดตรงจุดไหน ถึงใช้เงินไม่เคยเหลือ (แถมไม่พอด้วยอีกตะหาก) พอเราเห็นตัวเลขสีเขียวปุ๊บ แล้วแบบ โหหหห… รู้สึกได้เลย ผมนี่รวยสุดๆเลยนะเนี่ย

 ถ้าคุณเคยใช้ excel ทำบัญชีงบดุลปกติ คือมันจะบอกคุณอยู่แล้วว่า ข้างนึงคุณมีงบเท่าไหร่ อีกข้างคุณจ่ายเท่าไหร่ ลบกันแล้วกำไรหรือขาดทุนเท่าไหร่) ง่ายๆแค่นั้น แต่รู้ไหม ประโยชน์มหาศาลเลยนะ
%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7

ผมยกตัวอย่างของผมเลยดีกว่า ผมเอาเงินเก็บ 5 หมื่น เงินเดือน 5 หมื่น และวงเงินบัตรเครดิต 35,000 บาท ตั้งด้านซ้าย จากนั้นใส่ค่าใช้จ่ายต่างๆลงในตารางด้านขวา ใส่ปุ๊บ เห็นปั๊บ ผมจะมีเงินเหลือเท่าไหร่ในทริป ตารางง่ายๆ แต่ทำให้ผมสบายใจได้ว่า เงินพอสำหรับทริปแน่นอน และผมสามารถคอนโทรลเงินในกระเป๋าได้จริงๆ ที่สำคัญที่สุด แจกแจงลงไปในแต่ละวันได้ด้วย ว่าใช้เท่าไหร่ เหลือเท่าไหร่ และทบเก็บเพิ่มสำหรับเที่ยวในวันต่อไปได้อีกเท่าไหร่   

ถ้าคุณอยากลองทำดู ไม่ยากเลย มันเป็นตาราง excel ใส่สูตรปกติทั่วไป ทำได้บน Google Drive ซึ่งจะทำให้คุณสามารถเลือกใส่ข้อมูลจากที่ไหนก็ได้ระหว่างทริป ทั้งบนมือถือ ไอแพด หรือคอมที่โรงแรมก็ได้ (แต่ใช้แล้วอย่าลืมล็อกเอ้าท์ด้วยนะ อิอิ) เที่ยวจบหนึ่งวัน ใส่ข้อมูลลงไป ที่เหลือตารางคำนวณให้หมด ที่สำคัญไม่ต้องนั่งดาวน์โหลดแอพทำบัญชีอะไรเลย ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่ต้องใส่โค้ด ส่ง SMS ยืนยันหรือลงทะเบียนอะไร แค่มี Gmail account ก็พอ ซึ่งคุณๆทั้งหลายก็น่าจะมีกันอยู่แล้ว

ใช้ตารางยังไง?…

ตารางจริงๆ ออกแบบเองได้เลยง่ายๆ บน Google Docs (หมวด spreadsheet) จะใส่ลูกเล่นของแต่ละคนยังไงก็ว่ากันไป แต่ผมทำเผื่อให้ทุกคนตรงนี้ไว้เลยดีกว่า เอาเป็นว่า คลิ๊กที่นี่ แล้วก็กด “Make a copy” ตรง File แค่นั้นคุณก็ได้ตารางเป็นของตัวเองแล้ว (สำหรับคนที่ยังไม่มี Google account แนะนำให้เปิดไว้เลย ใช้เมล์ ไม่ใช้เมล์ ไม่ว่ากัน แต่ Google เขามีของเล่นมากมาย อย่างน้อยๆมี Drive ให้คุณเก็บรูปได้ฟรีๆตั้งหลาย GB แหน่ะ)

ถ้าคุณอยากมีตารางติดมือถือด้วย ก็แค่ดาวน์โหลดแอพ Google Sheets มาไว้ คราวนี้คุณก็สามารถอัพเดตข้อมูลผ่านมือถือของคุณจากทุกที่ได้เลย  

make-a-copy
แนะนำว่า เวลาใส่ข้อมูลในตาราง ให้เริ่มใส่จากค่าใช้จ่ายที่จำเป็นมากที่สุด และหากเป็นค่าใช้จ่ายในอนาคต ให้ใส่แต่ละรายการโดยประเมินเผื่อไว้สูงสุด (เพราะถ้าประเมินต่ำไป อาจเกิดการคาดเคลื่อนกับความเป็นจริง) ค่าใช้จ่ายหลัก ก็ไม่พ้นค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าโรงแรม ค่าเช่ารถ ฯลฯ

ถ้าคุณวางแพลนจะไปเที่ยวสวนสนุก หรืออยากซื้อทัวร์ไปสถานที่เที่ยวสำคัญๆ อยู่แล้ว อันนั้นก็ถือเป็นค่าใช้จ่ายหลักที่ต้องใส่ในทริปด้วย เวลาคำนวณจริง คุณจะได้สบายใจ 100% จริงๆว่า คำนวณเผื่อทุกอย่างไว้แล้ว และสามารถใช้จ่ายแต่ละวันได้เต็มที่

คราวนี้ลองมาคำนวณกันเล่นๆ อย่างผมยกตัวอย่างถ้าผมจะไปสิงคโปร์ใหม่อีกครั้งแบบวางแผนล่วงหน้า สมมุติว่า เดินทางวันที่ 10 – 16 ตุลาคมนี้

ในตาราง เมื่อใส่วันที่แล้ว คุณจะเห็นว่าด้านขวามือ จะปรากฏลิสต์วันแต่ละวันขึ้นมา มีหน้าตาประมาณนี้:
%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7

จากนั้นก็เริ่มใส่ค่าใช้จ่ายต่างๆ:

  • ตั๋วเครื่องบิน กรุงเทพฯ – สิงคโปร์ สำหรับผู้ใหญ่ 2 เด็ก 1 บินตรงโดยสายการบิน Jetstar อ้างอิงจากราคาบนเว็บ Jetradar.co.th ราคาอยู่ที่ 10,672 บาท (ถ้าอยากรู้ว่า หาตั๋วถูกบนเว็บไซต์ยังไง อ่านที่นี่เลย)
  • ที่พัก สำหรับทริปไปสิงคโปร์ ก็เป็นอันรู้กันว่า ค่าโรงแรมที่นั่นแพงใช้ได้ทีเดียว แม้ว่าจะมีตัวเลือกอยู่เยอะทั่วเกาะ อย่างถ้าอยากพักหรูๆอย่าง Marina Bay Sands ประมาณ 3-4 คืน ก็จะตกประมาณหกหมื่นกว่าบาทเป็นอย่างต่ำ แต่ผมคงไม่สู้ราคา หาที่พักแถว Chinatown หรือใกล้ที่เที่ยวที่กินแถว Clark Quay ก็ตีซะประมาณ 2 หมื่นได้ (ลองดูราคาตามนี้ – วิธีหาโรงแรมใกล้ที่เที่ยวของคุณ ในเมืองที่คุณไม่เคยไป)
  • ไหนๆ ไปสิงคโปร์ ก็อยากแวะเที่ยว Universal Studio บ้างไรบ้าง ไม่พอ ผมคิดเผื่อเจ้าตัวเล็กของผม นั่งรถไปเที่ยวต่อที่มาเลเซียอีก 1 คืน ไปที่ Legoland พักโรงแรมชื่อดังของเขา Lego Hotel.
  • ไปเที่ยว Legoland ก็คิดค่าเข้า และค่ารถไปมาเลเซีย รวมลงไปด้วย

พอใส่ครบที่ว่ามา เราก็พอจะมีภาพรวมๆ ของทริป และค่าใช้จ่าย ตามที่เราจะไปเที่ยวกันแล้ว เอาเป็นว่า อยากเที่ยวที่ไหนเพิ่มเติม ใส่ลงในตารางได้เต็มที่ หรือถ้าไม่ชัวร์ว่าจะไปหรือไม่ไปเที่ยวที่ใดที่หนึ่ง แนะนำว่า ใส่ลงไปเลยเตรียมไว้ เผื่อเหลือดีกว่าเผื่อขาด 🙂

ทีนี้เราก็จะได้ตารางประมาณนี้:

%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7

 

มาถึงตรงนี้ เราก็จะได้ค่าใช้จ่ายหลักๆ สำหรับการไปเที่ยวพ่อแม่ลูก 3 คน อยู่ที่ 62,939 บาท นี่ถ้าคุณไม่เคยไปสิงคโปร์ คงจะนึกว่า ทำไมมันเยอะจัง แต่ถ้าคนที่เคยไปเที่ยวมาแล้ว คงรู้ว่า นี่เป็นขั้นต่ำที่ถือว่าน้อยแล้วสำหรับการไปเที่ยวเกาะมหัศจรรย์นี้ ตารางนี้ทำให้คุณเห็นชัดเจนว่า คุณต้องมีเงินขั้นต่ำเท่าไรตอนนี้ ดีกว่าคุณไม่วางแผนอะไรไว้เลย แล้วเอาแต่รูดบัตรจ่ายๆไปเรื่อยเหมือนใครบางคนแถวนี้ (ฮึ่ม…) จนคุณอาจตกใจตอนบัตรหมดวงเงินอย่างไม่ทันตั้งตัวตอนคุณต้องใช้จริงๆ

อ้อ…เกือบลืม ถือว่าเป็นเรื่องดีสำหรับคนไทยด้วยว่า ไปสิงคโปร์ (และอีกหลายประเทศ ที่คนไทยเราไปได้ไม่ต้องขอวีซ่า) แต่ภรรยาผมเป็นฝรั่ง มีค่าทำวีซ่า 50 เหรียญ ผมก็เลยต้องใส่ลงไปอีก หรือถ้าเป็นทริปไปประเทศอื่นๆ ที่คนไทยต้องทำวีซ่า ก็อย่าลืมใส่ค่าทำวีซ่าในตารางนี้ด้วยนะ

เสร็จขั้นตอนแรก ก็มาสู่ขั้นตอนที่สอง คือ รวบรวมงบประมาณที่คุณมีสำหรับทริปนี้

ในขั้นนี้ คุณใส่ช่องทางต่างๆที่ทำให้คุณมีรายได้หรือมี “งบ” สำหรับที่จะไปเที่ยวสิงคโปร์ สามารถเป็นเงินในกระปุกหมูออมสินที่คุณเก็บมาหลายสิบปี หรือวงเงินในบัตรเครดิต หรือเงินเก็บในธนาคารก็ดี ใส่ให้หมดทั้งเงินสด เงินไม่สด (ฮา) อย่างตัวอย่างของผม ผมมีเงินสดเตรียมสำรองสำหรับทริปไว้ 25,000 บาท และเงินในบัตรเครดิตอีก 35,000 บาท  ถ้าผมลองไม่เอาเงินเดือนมาคิด ก็จะได้เป็นงบประมาณส่วนตัวของผม แบบนี้:
%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7

รวมกัน เท่ากับผมจะมีเงิน 6 หมื่นบาท ในขณะที่ค่าใช้จ่าย ถึงหกหมื่นสอง!!!

หา!!! เงินไม่พอ!!! ทำไงดีล่ะ???

ขั้นต่อไป… ก็ต้องเพิ่มงบสิครับ จากทริปก่อนๆ ผมก็พอรู้แล้วว่า ถ้าจะให้เที่ยวสนุก ไม่จำกัดจำเขี่ย วันนึงๆผมต้องมีติดกระเป๋าอย่างน้อย 200-300 เหรียญสิงคโปร์ พอรู้อย่างนี้ปุ๊ป เราจะทำยังไง?

ไม่ยาก จุดนี้ คุณแค่ลอง “จัดเงิน” ใส่เงินในช่อง “ต้องเก็บเพิ่มจากเงินเดือน” หาจุดที่พอเหมาะกับค่าใช้จ่ายที่คุณวางเอาไว้ อย่างในกรณีของผม ผมวางไว้ว่า อยากให้สามารถใช้จ่าได้ประมาณ 200-300 เหรียญสิงคโปร์ ต่อวัน ทีนั่น

ถ้าผมลองเจียดเงินเดือนในช่องดังกล่าวซัก 20,000 บาท จะพบว่า เราจะมีงบประมาณไว้เที่ยวพอ เป็น 97 เหรียญต่อวัน แต่ถ้าผมลองใส่สัก 50,000 บาท ผลลัพธ์ต่างกันหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว สำหรับ 3 คน พ่อแม่ลูก แทนที่จะใช้กันได้แค่วันละ 97 เหรียญ คราวนี้เราจะสามารถใช้กันวันละ 268 เหรียญ!!! แน่นอน 286 เหรียญต่อวัน ย่อมดีกว่า

%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7

%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7

เพราะฉะนั้น เวลาใช้ตารางนี้ ให้คุณดูที่ว่า คุณอยากมี budget สำหรับใช้แต่ละวันเท่าไร (ตั้งค่าเป็นสกุลเงินท้องถิ่นได้เลยด้วย ตามอัตราแลกเปลี่ยน) ถ้าคุณได้งบรายวันที่พอใจแล้ว ก็ให้ย้อนกลับมาดูว่า คุณต้องมีเงินเก็บเท่าไร

แต่ที่สำคัญ คือ ตารางทำให้รู้ว่า คุณมีเงินไว้ใช้จ่ายได้ตามที่ต้องการทุกประการ ไม่ขาดแน่นอน

ส่วนเวลาที่คุณไปเที่ยว พอหมดวัน ก็เปิดแอพ Google sheet บนมือถือของคุณหรือเปิดคอมฯ ที่โรงแรม แล้วเติมรายการค่าใช้จ่ายที่จ่ายไปจริงในวันนั้นๆ ลงไป ตารางก็จะคำนวนเงินที่ “เหลือสะสม” สำหรับวันถัดไปให้คุณใช้ได้ด้วย พูดง่ายๆคือ ถ้าวันไหนคุณใช้จ่ายน้อยกว่าที่คิดไว้ เงินก็จะทบไปวันต่อไปเรื่อยๆ ในอีกทางหนึ่ง วิธีแบบนี้ จะทำให้คุณรู้ว่า คุณกำลังมือเติบเกินไปหรือเปล่า เพราะถ้าคุณจ่ายเกินงบรายวันปุ๊บ คุณจะเห็นงบสำหรับวันต่อๆไปน้อยลง แล้วคุณก็จะต้องประหยัดมากขึ้นจนกว่าตัวเลขจะกลับมา “เขียว” ใหม่อีกครั้ง

การใส่รายการลงตาราง ทำได้ตามสบาย จะใส่ละเอียดแบบกระทั่งแยกสินค้ารายชิ้น หรือจะใส่แบบเหมารวมๆ ก็ทำได้ตามอัธยาศัย ที่สำคัญคือแค่ไม่ควรลืมรายการใช้จ่ายในวันนั้นๆ แนะนำว่า เก็บเช็ค/ใบเสร็จรับเงินไว้ จนกว่าคุณจะลงบัญชีเสร็จ แล้วถึงจะทิ้ง

ผมลองลงตารางเล่นๆ จะได้ประมาณนี้:

%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7

ถ้าผมใช้จ่ายในวันแรกไป 205 เหรียญสิงคโปร์ เท่ากับผมมีเงินเหลือจากวันแรกประมาณ 63 เหรียญสิงคโปร์ (268 – 205 = 63) เจ้าก้อนนี้ก็จะไปทบกับก้อนของวันที่ 2 คือ ไปเติมให้กับ 268 เหรียญของวันที่สอง กลายเป็น วันที่ 2 ของทริป ผมจะมีงบสำหรับวันนั้นถึง 268 + 63 = 332 เหรียญสิงคโปร์
(อันนี้ อย่าเพิ่งงงนะครับ ว่าทำไม 268 + 63 ถึงกลายเป็น 332 ไม่ใช่ 331 ผมไม่ได้ตกคณิตศาสตร์ครับ 55555 เพียงแต่เราทำตารางยึดตามค่าเงินสิงคโปร์ที่จะมีจุดทศนิยม ดังนั้น จะมี +1 ขึ้นมาจากเศษครับ เวลานำข้อมูลลงตาราง ใส่ข้อมูลไปเป็นสกุลเงินท้องถิ่นเลยก็ดีครับ)

และถ้าวันที่ 2 ผมยังใช้เงินประมาณเดียวกันกับวันแรก สมมุติว่า บังเอิญน้อยกว่าวันแรกนิดหน่อย อยู่ที่ 202 เหรียญสิงคโปร์ อย่างนี้เท่ากับผมจะเหลือเงิน 332 – 202 = 130 เหรียญสิงคโปร์ ที่พร้อมจะถูกยกไปรวมกับก้อนของวันที่ 3 เท่ากับว่า ในวันที่ 3 แทนที่จะมีแค่ 268 เหรียญ ผมจะมีถึง 268 + 130 = 398 เหรียญสิงคโปร์ และเป็นแบบนี้ ต่อไปเรื่อยๆ

ดังนั้น ถ้าอยากมีเงินเที่ยวในวันหลังๆ มากกว่าวันแรกๆ (แต่ส่วนใหญ่เรามักจะหมดไปในวันแรกๆ และแทบไม่เหลือในวันหลังๆ จริงไหม?) ก็ควรใช้ตารางให้เป็นประโยชน์ คุณจะได้เห็นอย่างชัดเจน ว่าจริงๆแล้ว คุณมีเงินเหลือพอซื้อของฝากให้คนทั้งแผนกหรือลูกค้าทุกรายของคุณเลยด้วยซ้ำ  

แต่สมมุติ วันที่ 3 ของคุณ เกิดมีเหตุจำเป็นต้องใช้เงินมากกว่างบที่ตั้งไว้ เช่น ลูกชายเกิดอยากจะไปสวนสนุก ร้องอยากไป Sentosa จะเกิดอะไรขึ้น? ไปดูกัน…

%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7

ในตัวอย่าง ผมสมมุติว่าผมจ่ายค่าบัตรเข้า Sentosa และค่าอาหารที่นั้น เกินงบที่ตั้งไว้อยู่ 87 เหรียญ นั่นเท่ากับว่า งบในวันถัดไป ก็จะต้องถูก “หักลบ” ออกไปตามจำนวนที่ติดลบอยู่ด้วย ดังนั้น ถ้าในวันที่ 3 ผมใช้เกิน วันที่ 4 ของทริปผม ผมก็จะเหลือ budget อยู่แค่ 268 – 87 = 181 (182 ในตาราง) เหรียญ เท่านั้น

เห็นไหม ว่าการทำบัญชีง่ายๆ ด้วยตาราง Excel ได้ประโยชน์ทั้งในฝั่งการวางแผนการเดินทาง การตั้งงบประมาณทริป การควบคุมค่าใช้จ่ายรายวัน ฯลฯ  ใช้ไม่ยาก และเป็นระบบระเบียบ ไม่มีทางจ่ายเกินตัวแน่นอน

 

สรุป:

  1. ค่าใช้จ่ายเข็มขัดสั้นและเข็มขัดยาว (คาดไม่ถึงและเกินคาด ฮาาา…) ไม่มีทางเกิดขึ้น
  2. สิ่งสำคัญที่สุดที่ช่วยให้มีเงินเหลือเก็บ คือ การตั้งงบประมาณรายวัน
  3. ใช้ตารางง่ายๆ วางแผนไว้ จะได้ไม่ต้องปวดหัวทีหลัง

 

แชร์และชวนคนที่คุณรู้จัก ให้หันมาทำบัญชีง่ายๆแบบนี้ copy และเริ่มใช้ตารางตามตัวอย่างที่ให้ไป จะได้เที่ยวกันได้สุดเหวี่ยงและช็อปกันสนุุกก่อนกลับแบบไม่ต้องกลัวงบหมดกระเป๋า ส่วนถ้าเรื่องประหยัดค่าตั๋วเครื่องบิน ก็ให้ Jetradar จัดการเปรียบเทียบราคาตั๋ว และแนะนำตั๋วที่ดีสุดจากข้อมูลของสายการบินกว่า 1,000 แห่งทั่วโลก Jetradar ขอให้คุณสนุกกับการเดินทาง และปลอดภัยในเวลาพักผ่อน.

 

(1756)