บล็อกท่องเที่ยว โดย Jetradar Thailand

8 เมือง สวยน่าไป แต่เสี่ยง ภัยธรรมชาติ ที่สุด


ภัยธรรมชาติ เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิด ไม่ว่าจะดินถล่ม น้ำท่วม แผ่นดินไหว หรือสึนามิ ฯลฯ ทั้งหมดต่างก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตของผู้คนที่อยู่อาศัยและทรัพย์สิน อาคารบ้านเรือนต่างๆ ตลอดจนเศรษฐกิจของประเทศ ที่จะต้องหยุดชะงักไปเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า บางประเทศ ประสบปัญหาภัยธรรมชาติจนเป็นเรื่องปกติ ในขณะที่บางประเทศ อยู่ในเกณฑ์เสี่ยง และอาจไม่ทันเตรียมพร้อมรับมือกับความสูญเสียครั้งใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกขณะ อย่างแผ่นดินไหวล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้ที่ประเทศเมียนมาร์ ทำให้หลายๆคนเพิ่งได้ทราบว่า จริงๆแล้ว พม่าเองก็อยู่ในเขตเสี่ยงต่อแผ่นดินไหวเช่นกัน

วันนี้ Jetradar จึงรวบรวมรายชื่อ 8 เมืองในโลก ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ผู้คนทั้งหลายชื่นชอบไปเยี่ยมเยือน แต่ในขณะเดียวกัน ก็ตั้งอยู่ในบริเวณที่ขึ้นชื่อเรื่องความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ และไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์ที่คร่าชีวิตนักท่องเที่ยวจำนวนมากอย่างสึนามิปี 2547 ซ้ำรอยอย่างแน่นอน

8. นาโปลี, อิตาลี

ภูเขาไฟกับประเทศอิตาลีเป็นของคู่กันมาแต่โบราณกาล ในสมัยก่อนยุคประวัติศาสตร์ ภูเขาไฟวิสุเวียส เคยทำลายเมืองปอมเปอี จนราบเป็นหน้ากลองภายในไม่กี่ชั่วโมง ปัจจุบันภูเขาไฟชื่อดังนี้ก็ยังคงคุกรุ่นอยู่เช่นเดิมใต้พิภพ เพียงแต่สงบชั่วคราวเพื่อรอเวลาปะทุครั้งใหม่ หลังจากยุคของปอมเปอี ผู้คนก็ยังมาตั้งรกรากที่บริเวณที่ราบตีนเขา จนกลายเป็นเมืองเนเปิ้ลส์ หรือชื่อแบบอิตาเลียนคือ นาโปลี และมีคนอยู่อาศัยบริเวณไหล่เขาถึง 650,000 คนในปัจจุบัน

ส่วนทะเลที่รายล้อมเมืองนาโปลีนั้น ใต้ผืนน้ำผืนน้ำสีน้ำเงินของเมดิเตอร์เรเนียนที่สงบนิ่ง เป็นแนวภูเขาไฟมากมาย และผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า รีสอร์ทมากมายที่สร้างบนเกาะ ห่างออกไปจากชายฝั่งเมืองนาโปลี เช่น รีสอร์ทหรูของเกาะ Ischia ก็เปฯหนึ่งในจุดที่อันตรายที่สุดที่อาจเกิดการปะทุขึ้นมาเมื่อไรก็ได้ และหากปะทุนอกชายฝั่ง เมืองนาโปลีอาจได้รับผลกระทบจากสึนามิ และอาจแย่กว่าการที่ภูเขาไฟวิสุเวียสปะทุบนแผ่นดินชายฝั่งเองก็เป็นได้

7. อิสตันบูล, ตุรกี

เมืองอิสตันบูล ตั้งอยู่บนแนวรอยเลื่อนที่ชื่อว่า North Anatolian Fault ซึ่งอาจก่อให้เกิดการแยกตัวของเปลือกโลกแน่ๆ ไม่ช้าก็เร็ว เพียงแต่คำถามคือ จะเกิดขึ้นเมื่อไร? แน่นอนว่า หากเกิด ภัยธรรมชาติ ขึ้นที่นี่ ความสูญเสียจะมีมูลค่ามหาศาล เพราะที่นี่มีผู้คนอาศัยอยู่กว่า 12.8 ล้านคน ในอดีตเอง ก็เคยเกิดแผ่นดินไหวมาแล้ว โดยล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อปี 1999 ที่เมือง Izmit โดยวัดได้ถึง 7.6 ริกเตอร์ และมีผู้คนเสียชีวิตถึงประมาณ 17,000-45,000 คน


รอยเลื่อนมีแนวโน้มที่จะไหลไปทางทิศตะวันตก ซึ่งหากปะติดปะต่อภาพจากแผ่นดินไหวในอดีต เท่ากับว่า แผ่นดินไหวครั้งุรนแรงรอบหน้า น่าจะเกิดขึ้นทางตอนใต้ของอิสตันบูลพอดี ในปี 2010 กลุ่มนักวิจัยได้ตีพิมพ์ผลงานในนิตยสาร Nature Geosciences ว่า พบแรงเสียดสีที่มากขึ้นตามรอบเลื่อน และอาจก่อให้เกิดแผ่นดินไหวขนาดเล็ก-กลาง และหากถึงขั้นร้ายแรงที่สุด แนวเลื่อนของเปลือกโลกทั้งแถบอาจแยกออกภายใน 25 ปีข้างหน้า และเป็นไปได้ที่จะมีแผ่นดินไหวสูงถึงระดับ 7 ริกเตอร์ที่อิสตันบูลอย่างแน่นอน

6. เตหะราน, อิหร่าน

เช่นเดียวกับเมืองอิสตันบูลของตุรกี เมืองหลวงของอิหร่านอย่างกรุงเตหะราน ก็อยู่ในแนวพาดผ่านของรอยเลื่อน Northern Anatolian fault เช่นกัน ในตัวเมือง มีคนอาศัยอยู่ประมาณ 9 ล้านคนและอีก 16 ล้านคนในเขตปริมณฑล ดังนั้น แทบไม่อยากจะคิดว่า จะเกิดอะไรขึ้น หากรอยเลื่อนเดียวกันนี้แตกออก ว่ากันว่า ผลกระทบอาจไปไกลถึงกรุงบูคาเรสต์ ประเทศโรมาเนีย หรือกรุงทาชเคนต์ ประเทศอุซเบกิสถาน ก็เป็นได้


เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งล่าสุดที่นี่ เกิดขึ้นเมื่อปี 1830 นั่นเท่ากับว่า แนวโน้มที่จะเกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง มีอีกในช่วง 100 ปีข้างหน้า และเป็นเหตุผลที่ทำให้รัฐบาลอิหร่าน ต้องออกกฏหมายบังคับ ให้คำนวณเผื่อการเกิดแผ่นดินไหวทุกครั้งเวลาที่สร้างตึกสูงในกรุงเตหะราน

5. ลอสแองเจลิส, สหรัฐอเมริกา

เมื่อไม่นานมานี้ เราอาจจะได้ชมหนัง Hollywood เรื่องหนึ่ง ซึ่งจำลองเหตุการณ์แผ่นดินไหวอย่างรุนแรงในอเมริกา ซึ่งจริงๆแล้ว เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้จริงๆ และเป็นไปได้สูงมาก ตามแนวรอยเลื่อนที่ชื่อว่า San Andreas Fault และนครสำคัญอย่างลอสแองเจลิส ก็ตั้งอยู่ในแนวรอยเลื่อนที่ว่าจริงๆ ในมหานครแห่งนี้ มีคนอาศัยอยู่กว่า 14.7 ล้านคน

ในหนังชื่อเดียวกันนั้น เราอาจจะเห็นสึนามิลูกยักษ์ที่ซัดทำลายอาคารสิ่งก่อสร้างจนพังทลายได้ แต่ในความเป็นจริง โอกาสเกิดสึนามิที่นี่ยังมีน้อยกว่าในแนวรอยเลื่อนอื่นๆอีกหลายที่ เพราะแนวรอยเลื่อนที่ลอสแองเจลิส เป็นแบบ “strike-slip” คือ แนวรอยเลื่อนตามแนวระดับ หรือการเลื่อนออกจากกันเป็นแนวราบในระดับเดียวกัน เช่นเดียวกับที่ตุรกีและเตหะราน ไม่ได้เป็นการชนและทับซ้อนกัน และรอยเลื่อนแบบนี้ ก่อให้เกิดสึนามิที่รุนแรง น้อยกว่าแนวรอยเลื่อนแบบในมหาสมุทรแปซิฟิค ที่เปลือกโลกมุดเข้าไปใต้แนวเปลือกโลกบนแผ่นดินใหญ่ เอาเป็นว่า ที่นี่ไม่ได้อันตรายมากมายนักเหมือนในหนัง

4. เซี่ยงไฮ้, จีน

ภัยธรรมชาติ ที่สำคัญที่เกิดขึ้นที่นี่ ไม่ใช่แผ่นดินไหว แต่เป็นน้ำท่วม
เซี่ยงไฮ้ เป็นเมืองในที่ลุ่มน้ำท่วมถึงทุกปี แบบเดียวกับกรุงเทพฯ, ปารีส, โดฮา แบกแดด หรือเม็กซิโกซิตี้ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกที่จะมีน้ำท่วมที่เซี่ยงไฮ้หลายต่อหลายครั้ง (คล้ายๆบ้านเรา) เพราะเมืองตั้งอยู่บนปากแม่น้ำสายสำคัญอย่างแม่น้ำแยงซีเกียง และทำให้เซี่ยงไฮ้ เป็นท่าเรือที่สำคัญสำหรับการค้าขายกับต่างประเทศมาตั้งแต่ไหนแต่ไร

ประชากรเมืองเซี่ยงไฮ้กว่า 23 ล้านคนต่างทราบดี ถึงโอกาสที่จะเกิดน้ำท่วมบ่อยๆ และรัฐบาลก็พยายามใช้เขื่อนเพื่อควบคุมปริมาณน้ำไม่ให้ท่วมท้นพื้นที่ แต่กระนั้น ปัญหาจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของเมืองที่นับวันจะยิ่งมีตึกสูงมากขึ้นเรื่อยๆ และขาดวิธีการรับมือในการแก้ปัญหาขยะ และการบำบัดน้ำเสีย ทำให้เซี่ยงไฮ้มีแนวโน้ม “จมทะเล” ในอนาคต

3. จาการ์ตา, อินโดนีเซีย

อินโดนีเซียและเมืองหลวงอย่างจาการ์ต้า เป็นจุดที่โดน ภัยธรรมชาติ นานาชนิดทำลายได้ ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม เพราะ 40% ของกรุงจาการ์ต้า ตั้งอยู่ในระดับต่ำกว่าน้ำทะเล และตัวเมืองตั้งอยู่บนที่ราบแอ่งกะทะ มีลักษณะดินที่อ่อนตัวจากการตั้งอยู่ในแถบที่ราบน้ำท่วมถึง ไม่ค่อยเหมาะกับการสร้างตึกสูงระฟ้ามากนัก และพายุไต้ฝุ่นมากมายจากมหาสมุทรก็พัดผ่านอินโดนีเซียในแต่ละปีเป็นประจำ
จุดสำคัญที่สุด คือ การค้นพบว่า ดินที่นี่มีโอกาสยุบตัวลงได้ง่ายตามแนวรอยเลื่อนของเปลือกโลก และทำให้ประชากรของกรุงจาการ์ต้าเกือบ 18 ล้านคน ไม่สามารถทราบชะตากรรมได้ว่า จะเกิดรอยแยกตัวที่ใดบ้าง หากเกิดการยุบตัวของแผ่นดินใต้กรุงจาการ์ต้าจริง จะทำให้เกิดลักษณะคล้าย “ธรณีสูบ” และตึกสูงจำนวนมากมายที่สร้างไว้และถึงจะใช้เทคโนโลยีรองรับโอกาสเกิดแผ่นดินไหวมากขนาดไหน ก็อาจไม่สามารถต้านทานความรุนแรงได้ และความเสียหาย อาจสูงมากถึงขนาดที่ประชากรจะไร้ที่อยู่อาศัยมากกว่าหลายแสนคนก็เป็นได้

2. มะนิลา, ฟิลิปปินส์

มะนิลามีให้เลือกทุกรูปแบบ คล้ายๆจาการ์ตา ไม่ว่าจะแผ่นดินไหว พายุไต้ฝุ่น น้ำท่วม ฯลฯ กระนั้น ที่นี่ก็มีประชากรอาศัยอย่างหนาแน่น จนเกิดเป็นแหล่งเสื่อมโทรมหลายๆแห่ง และเป็นจุดที่เสี่ยงต่ออาชญากรรม กลายเป็นอันตรายอีกแบบ นอกเหนือจาก ภัยธรรมชาติ ที่ต้องเผชิญอยู่แล้วในกรุงมะนิลา

เมื่อปี 2013 ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยน ก็ได้พัดผ่านประเทศฟิลิปปินส์อย่างจัง โดยมีความเร็วลมอยู่ที่ 275 กม./ชั่วโมง และทำให้เกิดคลื่นสูงตามแนวชายฝั่งได้ถึง 5-6 เมตร จนกลายเป็นเหตุการณ์จาก ภัยธรรมชาติ ครั้งที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งของประเทศ เพราะประชาชนกว่า 12 ล้านคนใน 20 จังหวัดต้องรีบเก็บข้าวของหนีตาย และก่อให้เกิดเหตุการณ์ดินถล่มอย่างร้ายแรงตามมา จนคร่าชีวิตผู้คนไปหลายพันคน

1. โตเกียว-โยโกฮาม่า, ญี่ปุ่น

ไม่น่าแปลกใจ ที่ชาวญี่ปุ่นจะเป็นคนบ้างาน และมีระเบียบวินัย มีความสามัคคี ช่วยเหลือพวกเดียวกัน เพราะว่า ภัยธรรมชาติ นานาชนิดในญี่ปุ่น ทำให้พวกเขาต้องขยันขึ้นเป็นสองเท่า เพื่อช่วยกันร่วมมือร่วมใจ สร้างชาติให้กลับมาเหมือนเดิมหลังจากเกิดภัยพิบัติมากมายหลายต่อหลายครั้ง

โตเกียว-โยโกฮาม่า ถือเป็นเขตที่สามารถจะเรียกได้ว่า อันตรายที่สุดในโลก เพราะจากการคาดการณ์ของนักวิชาการ มากกว่า 80% ของชาวโตเกียว หรือคิดเป็น 29 ล้านคนนั้น มีโอกาสเสี่ยงที่จะเสียชีวิตจากแผ่นดินไหวได้ทุกเมื่อ นอกจากแผ่นดินไหวแล้ว สึนามิ ยังเป็นสิ่งที่ญี่ปุ่นต้องคอยรับมืออยู่เสมอ ใจกลางของเมืองโตเกียว ก็ตั้งอยู่ในแนวที่เรียกว่า “Ring of Fire” ซึ่งเป็นแนวรอยเลื่อนที่เคลื่อนตัวอยู่เรื่อยๆในแถบแปซิฟิคตะวันตก จึงไม่น่าแปลกใจ หากจะเกิดแผ่นดินไหวที่รุนแรง เหมือนเช่นในปี 1923 ที่โตเกียว-โยโกฮาม่า จนทำให้มีผู้คนเสียชีวิตในครั้งนั้นกว่า 142,800 คน นอกจากแผ่นดินไหวและสึนามิแล้ว ญี่ปุ่นยังต้องเผชิญกับพายุไต้ฝุ่น และน้ำท่วม เหมือนประเทศอื่นๆในแถบแปซิฟิคอีกด้วย

ที่ยกมาทั้งหมด 8 เมืองนี้ ไม่ใช่ยุไม่ให้ไปเที่ยวกันนะ ตรงกันข้าม อยากให้คุณๆทุกท่านไปเที่ยวกัน เพียงถ้าคุณมีโอกาสจะไปเที่ยวเมืองพวกนี้เมื่อไร ก็รีบไปเลยดีกว่า อย่ารอช้า เพราะในอนาคตข้างหน้า จะเกิดอะไรขึ้นกับแต่ละเมือง เราก็ไม่มีวันทราบได้ คุณอาจพลาดถ่ายความงามครั้งสุดท้ายของวิหารเซนต์โซเฟียที่อิสตันบูล หรือพลาดวิวสุดท้ายของภูเขาไฟวิสุเวียสที่อิตาลี เอาเป็นว่า ถ้าสภาพอากาศดีๆ ก็แพ็คกระเป๋าออกเดินทางกันเลย เดี๋ยวแผ่นดินถล่ม ไต้ฝุ่นใหญ่เข้าเมือง คุณจะอดเอานะ

แต่ไม่ว่าจะโตเกียว มะนิลา หรือเตหะราน นาโปลี ไม่ต้องรอเช็คโปรอะไรทั้งนั้น ตั๋วเครื่องบินที่ Jetradar การันตีอยู่แล้วเรื่องราคาถูกที่สุด และไฟลท์ดีที่สุดให้คุณเสมอ จองง่ายๆ ในคลิ๊กเดียว เดี๋ยวนี้มีให้โหลดมาใช้บนมือถือแล้วนะ ทั้ง iOS และ Android เลือกตามสบายกันได้เลย

(2707)