บล็อกท่องเที่ยว โดย Jetradar Thailand

สายการบินโลว์คอสต์ จ่ายถูกแต่มีข้อแลกเปลี่ยน

title

สายการบินราคาประหยัดต่างๆ ที่ชอบเรียกกันว่า “สายการบินโลว์คอสต์” กลายเป็นทางเลือกใหม่สำหรับการเดินทางด้วยเครื่องบินในราคาถูก ไม่ว่าจะเดินทางในประเทศ หรือเดินทางระหว่างประเทศในเส้นทางที่ไม่ไกลมาก  ราคาที่ถูกมากจนบางครั้งพูดได้เลยว่า แทบจะจ่ายในราคาพอๆกับการเดินทางด้วยวิธีแบบเก่าๆ เช่น รถทัวร์ รถไฟ เป็นต้น ซึ่งข้อดีของเครื่องบินที่มีเหนือการเดินทางแบบอื่นอย่างเห็นได้ชัดเลย คือเวลาในการเดินทางรเดินทางที่สั้นกว่ามากๆ ทำให้คนในยุคปัจจุบัน ที่ต้องทำทุกอย่างแข่งกับเวลา เลือกที่จะจ่ายในราคาพอๆกันแก่สายการบิน เพื่อเสียเวลาเดินทางให้น้อยที่สุด ในขณะที่สายการบินก็อาศัยการทำตารางเที่ยวบินต่อเครื่องให้เครื่องบินได้บินต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ  บริหารเชื้อเพลิงและเจ้าหน้าที่ให้บริการได้อย่างลงตัว ด้วยจำนวนเที่ยวบินที่มีเป็นจำนวนมากต่อวัน พอๆกับจำนวนผู้โดยสารที่มีจำนวนมากในแต่ละเที่ยว ทำให้สายการบิน โลว์คอสต์นั้นทำกำไรได้อย่างมหาศาล
แต่อย่างไรก็ตาม ในการทำธุรกิจสายการบินต้นทุนต่ำนั้น ก็มีจุดที่ต้องคำนึงถึงอยู่ 2-3 อย่าง ซึ่งเวลาที่คุณต้องตัดสินใจเลือก ควรศึกษาให้ดี เพื่อเปรียบเทียบก่อนจองตั๋วเครื่องบินราคาถูกทุกครั้ง ระหว่างสายการบินโลว์คอสต์ กับสายการบินแบบ full-service แน่นอนว่า เรื่องแบบนี้ มันไม่มีบอกไว้ว่า แบบไหนดีกว่า เลือกเอาตามที่คุณสบายใจที่สุดนั่นแหละ

สายการบินโลว์คอสต์ แต่คุณเองต้องจ่ายเองทุกอย่าง

ข้อเสียของสายการบินต้นทุนต่ำที่เรารู้ๆกัน คือ การที่ผู้โดยสารเป็นผู้แบกรับค่าใช้จ่ายต่างๆ เองทั้งหมด เริ่มตั้งแต่เรื่องเล็กๆอย่างน้ำดื่มและอาหารว่างต่างๆบนเครื่องบิน ไปจนถึงเรื่องสำคัญๆ อย่างเช่นกระเป๋าใบใหญ่ที่สุดแสนหนักของคุณ ที่ถ้าคุณถือไม่ไหวอยากจะฝากไปใต้เครื่องบินสักหน่อย คุณก็ต้องจ่ายเงินค่าฝากให้กับทางสายการบินเช่นกัน

3

นี่คือหนึ่งสิ่งที่ทำไมสายการบินต้นทุนต่ำถึงประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างมหาศาล เพราะหากเป็นสายการบิน full-service ไม่ว่าผู้โดยสารจะรับอาหารหรือไม่ก็ตาม ดื่มน้ำคนละกี่แก้วก็ไม่ทราบ แต่ยังไงสายการบินก็จะต้องเสียค่าใช้จ่ายสั่งอาหารมาเตรียมเอาไว้ให้พอตามจำนวนของผู้โดยสารที่ขึ้นเครื่องในเที่ยวนั้นๆ ซึ่งก็หมายความว่า สายการบินแบกรับค่าใช้จ่ายส่วนนี้แทนผู้โดยสารทั้งหมด แต่ถ้าเป็นสายการบินโลว์คอสต์ ก็เพียงแต่เตรียมตามจำนวนที่คาดการณ์ว่าจะขายได้บนเครื่อง เมื่อขายไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร เพราะอาหารส่วนใหญ่เป็นอาหารกล่องและเครื่องดื่มเองก็ยังสามารถนำไปขายผู้โดยสารในเที่ยวบินอื่นๆต่อได้อีก และแน่นอนว่าหากผู้โดยสารต้องหารสั้งอาหารทานละก็ ต้องบอกว่าราคาจะแพงกว่าคุณซื้อตามร้านปกติแน่นอน ซึ่งลองคิดดูว่า ถ้าขายอาหารเขาได้ทางสายการบินก็ได้กำไรแพงกว่าปกติ ถ้าขายไม่ได้ก็ยังเก็บไว้ไปขายต่อได้อีก มีแต่สายการบินจริงๆที่ได้ผลประโยชน์อันนี้ไป 

 

บินระยะสั้น เก็บสะสมไมล์ได้น้อย

จุดเด่นของโลว์คอสต์ คือ การเลือกบินในเส้นทางระยะทางสั้นๆ ประมาณ 1-4 ชั่วโมง ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ “ไม่นานนัก” จากเมืองชื่อดังแห่งหนึ่ง ไปยังเมืองจุดหมายปลายทางชื่อดังอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งประชาชนในเมืองพวกนี้ส่วนใหญ่มีกำลังซื้อและต้องการเดินทางบ่อยกว่าที่อื่นๆ ทำให้คนตัดสินใจเลือกบินมากกว่านั่งรถไฟ รถทัวร์ หรือเรือ แต่ในทางกลับกัน การเดินทางในระยะสั้นๆคุณเก็บสะสมไมล์ได้น้อย และวิธีการสะสมแต้มเองก็แตกต่างจากวิธีการเก็บสะสมไมล์ของสายการบินแบบ full-service

1

นอกจากนี้ หากเปรียบเทียบจำนวนความหลากหลายของเที่ยวบินของสายการบินแบบโลว์คอสต์ จำนวนสายการบินแบบนี้มีปริมาณน้อยกว่าสายการบินแบบ full-service ดังนั้น หากคุณบินบ่อยๆ แล้วหวังสะสมไมล์ สะสมแต้ม เพื่อจะนำไปใช้กับเส้นทางอื่นๆ ที่ไม่ใช่แค่ของสายการบินเดิม คุณจะมีตัวเลือกในเส้นทางบินน้อยกว่าเยอะพอสมควร เมื่อเลือกบินกับสายการบินโลว์คอสต์

 

จ่ายแพงกว่าอีกหน่อย ก็ได้บินสบายขึ้นเยอะแยะแล้ว

หากคุณลองเปิดใจให้กว้างมากกว่าเดิม จริงๆแล้วคุณจะเห็นว่า เดี๋ยวนี้มีสายการบินหลายสาย ที่ลดราคาลงมาแข่งกับสายการบินแบบโลว์คอสต์ ราคาแพงกว่าไม่มาก บินในตารางบินที่ไม่ได้แย่กว่านัก ที่สำคัญ คุณได้ทุกอย่าง ตั้งแต่โหลดกระเป๋าฟรี อาหาร-เครื่องดื่มบนเครื่องพร้อม รวมทั้งบริการจากสายการบินแบบ full-service และพนักงานที่ยินดีให้บริการ ใส่ใจเต็มที่ และมั่นใจได้ทั้งเรื่องการให้ความช่วยเหลือและความปลอดภัย

4

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ สายการบินไทยสมาย์ล (THAI Smile) ซึ่งสายการบินนี้ไม่ได้เป็นสายการบินโลว์คอสต์ภายใต้แบรนด์ของการบินไทย (THAI Airways) อย่างที่หลายคนเข้าใจ และก็ไม่ใช่สายการบินแบบ Full-service เพราะมีราคาถูกกว่า ซึ่งจริงๆแล้วเป็นสายการบินแบบ “Hybrid” หรือ “แบบผสม” นั่นเอง ซึ่งออกมาเพื่อเป็นทางเลือกที่สองแก่คนที่ต้องการบินในราคาประหยัด แต่ยังคงอยากได้บริการที่ดีตามมาตรฐานสายการบินแห่งชาติแบบ full-service อยู่ เรียกว่า ตอบโจทย์ทุกอย่างที่ต้องการของผู้โดยสารเลย ทั้งกระเป๋าที่โหลดฟรี 20 กก. (อาจจะมีแถมให้นิดหน่อยด้วยนะ!)  โดยที่สามารถเลือกที่นั่งออนไลน์ได้เลย และแน่นอนอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่มฟรีก็ยังมีอยู่เหมือนเดิม ผู้โดยสารสามารถสะสมไมล์ จากโครงการ Royal Orchid Plus จากการบินไทยและมีเลานจ์บริการสำหรับ Premium Economy Passenger ซึ่งคุณสามารถจ่ายเพื่อนั่งที่นั่งพิเศษ ในราคาที่แพงกว่าอีกไม่เท่าไหร่

2

อยากให้ทุกท่าน ลองใช้บริการ Meta Search Engine เว็บค้นหาและจองตั๋วเครื่องบินราคาถูกอย่าง Jetradar และคุณจะสามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนมากขึ้น ถึงความแตกต่างของราคาที่ไม่ได้มากมายแบบที่คุณคิด ระหว่างราคาตั๋วของสายการบินโลว์คอสต์ กับราคาตั๋วของสายการบินแบบ  Hybrid หรือ “กึ่ง full-service” อย่างที่ว่า เพราะคุณจะสามารถเทียบได้แบบหมัดต่อหมัดเลยว่า หากคุณจะต้องจ่ายค่าตั๋วทั้งที รวมไปถึงค่ากระเป๋า ่ค่าภาษี ค่าธรรมเนียม ค่าอาหาร-เครื่องดื่ม ที่ตีออกมาเป็นมูลค่า “ความสะดวกสบาย” ที่คุณอาจต้องเสียไปของคุณเอง คุณอยากได้แบบไหนมากกว่ากัน และนี่เองที่ เป็นเหตุผลที่คุณควรจะต้องดาวน์โหลดแอปดีๆอย่าง Jetradar มาเก็บไว้ในเครื่อง เพื่อช่วยคุณเปรียบเทียบราคาชัดๆ ค้นหาสะดวก และทำให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ว่าจะซื้อตั๋วไปเที่ยวครั้งหน้า แบบไหน
Jetradar จองตั๋วราคาถูกที่สุด จากสายการบินกว่า 1,000 แห่งทั่วโลก มีให้โหลดได้ทั้งบนแพลตฟอร์ม iOS และ Android เลย เชิญทุกท่านลองใช้บริการกันได้เลย

 

(6593)